Phones





FETCO ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้าอยู่ที่ 165.37

2026-02-04 15:00:44 97



นิวส์ คอนเน็คท์ - FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37 รับปัจจัยหนุนจากการไหลเข้าของเงินทุน สถานการณ์การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมกราคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2569) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37 นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือสถานการณ์การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน
 
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมกราคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้ 

ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เมษายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) ที่ระดับ 165.37

ความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK)

หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)

ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน  

ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
โดยผลสำรวจ ณ เดือนมกราคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 26.3% อยู่ที่ระดับ 129.66 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 7.1% อยู่ที่ระดับ 150.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 8.3% อยู่ที่ระดับ 122.2 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัว อยู่ที่ระดับ 200.00 

ขณะที่ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 1,230–1,285 จุด ก่อนจะปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,300 จุดในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ จากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ 1,325.62 ปรับขึ้น 5.24% จากเดือนก่อนหน้า และปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท 

ทั้งนี้ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อ บจ. ไทยโดยเฉพาะในกลุ่มส่งออกและนำเข้า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออก–เข้าในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างสหรัฐฯ—ยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านซึ่งหนุนราคาพลังงานและเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ยังต้องติดตามประเด็นการเมืองซึ่งเป็นตัวแปรหลัก ทั้งผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชามติรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะโตต่ำเพียง 1.5–1.8% ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป