Phones





PCE รายได้ปี 68 ออลไทม์ไฮ เปิดเกมรุกต่อปีม้า ดันยอดขายโต 15%

2026-02-17 15:48:59 51



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – PCE เปิดผลงานปี 68 รายได้รวมทะลุ 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% สร้างสถิติสูงสุด บอร์ดมีมติเสนอจ่ายเงินผล 0.08 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 29 เม.ย. นี้ พร้อมเดินหน้ารุกตลาด B2C เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ายอดขายปี 69 เติบโต 10–15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
 
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% ทำสถิติสูงสุด (All Time High) และมีกำไรสุทธิ 310.3 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ซึ่งในปีที่ผ่านมามีปริมาณการส่งออกกว่า 280,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% ของการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบทั้งหมดของประเทศไทย ประกอบกับบริษัทฯ มีการรับรู้รายได้เต็มปีจากผลิตภัณฑ์ น้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPKO) และ ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างกะลาปาล์ม (PKS) คุณภาพสูง มาตรฐาน Green Gold Label (GGL)
 
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.08 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 220.0 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พ.ค. 2569
 
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศมุ่งเจาะกลุ่ม B2C เพิ่มขึ้น ผ่านการวางจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินในบรรจุภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “รินทิพย์” ให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะ Modern Trade พร้อมนำร่องทำตลาดผ่านกลยุทธ์การกระจายสินค้าเชิงรุกด้วยหน่วยจำหน่ายเคลื่อนที่ (Cash Van) ในพื้นที่ภาคใต้ก่อนขยายสู่ภูมิภาคอื่น และยังเดินหน้าขยายช่องทาง B2B ควบคู่กัน โดยเน้นนำเสนอน้ำมันพืชที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คุณภาพสูง และได้รับมาตรฐานสากล อาทิ RSPO ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร ขนมขบเคี้ยวและร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำในประเทศ
 

ในส่วนของตลาดต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 50% ของรายได้รวม จากระดับปัจจุบันราว 40% โดยอาศัยความร่วมมือกับ Intercontinental Specialty Fats Sdn. Bhd. (ISF) ในเครือ The Nisshin OilliO Group, Ltd. ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ High Margin อื่นๆ เช่น วัตถุดิบในกลุ่มเบเกอรี่ ไขมันโกโก้ เครื่องสำอาง และสินค้ากลุ่ม Oleochemical
 
ขณะที่การลงทุนด้านกำลังการผลิต บริษัทเดินหน้าขยายโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อย่างต่อเนื่อง โดยโรงสกัด CPO เฟส 2 มูลค่าลงทุน 180 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2569 ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวันในปัจจุบัน และยังอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เฟส 3 มูลค่าลงทุน 310 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในต้นปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผลปาล์มสดสูงสุดเป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันต่อวัน
 
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโตที่ระดับ 10–15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่เริ่มรุกกลุ่มผู้บริโภครายย่อยอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน การสร้างโรงสกัด CPO เฟส 2 และเฟส 3 จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากน้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ High Margin อื่น ๆ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต และการขยายโครงสร้างพื้นฐานในแนวราบและแนวดิ่ง (Horizontal and Vertical Integration) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว