Phones





MAGURO โชว์ฟอร์ม กำไรโต 54% ปันผล 0.46 บ./หุ้น

2026-02-26 15:52:35 229



นิวส์ คอนเน็คท์ - MAGURO โชว์ผลงานปี 68 เกินคาด รายได้รวม 1,981 ล้านบาท เติบโต 44% กำไรสุทธิ 149 ล้านบาท เติบโตกว่า 54% เคาะจ่ายปันผล 0.46 บาท/หุ้น เตรียมเปิดเพิ่ม 20 ร้าน เป็น 73 ร้านภายในสิ้นปี และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ มั่นใจรายได้ปี 69 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30%   

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 ดีเกินคาดหมาย มีรายได้รวม 1,981 ล้านบาท เติบโต 44% จากรายได้รวม 1,373 ล้านบาทในปี 2567 และมีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท ในปี 2567 นับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่มีการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ที่ประสบกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างชะลอตัว และมีการแข่งขันสูง ทำให้มีร้านอาหารจำนวนไม่น้อยได้ปิดตัวลง 

“ป้จจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรสุทธิของ MAGURO Group เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี คือ 1. การเปิดสาขาเพิ่ม 15 สาขา 2. แบรนด์ใหม่ได้รับความนิยมอย่างสูงและรวดเร็ว เช่น KIWAMIYA, Tonkatsu AOKI และ Bincho และ 3. ลูกค้าในระบบ CRM ที่เติบโตต่อเนื่องและสร้างรายได้ 58% ของรายได้รวม 4. การออกเมนูใหม่ในราคาย่อมเยาและการทำแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง 5. บริษัทฯ มีอัตรายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ที่น่าพอใจคือลดลงเพียง 4% โดยที่สามารถจบไตรมาส 4 ด้วยตัวเลข SSSG +1% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมดีกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจร้านอาหาร” นายจักรกฤติ กล่าว

สำหรับไตรมาส 4/2568 มีรายได้ 597 ล้านบาท เติบโต 49% และมีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท เติบโต 34% เมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยในปี 2568 สัดส่วนรายได้จากแบรนด์ร้านอาหาร ภายในเครือบริษัทฯ จะนำโดย MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม ทำรายได้คิดเป็น ประมาณ 48% HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ ทำรายได้คิดเป็นประมาณ 27% ตามมาด้วย SSAMETHING TOGETHER, Tonkatsu AOKI, Kiwamiya, CouCou และ Bincho ที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของ MAGURO Group 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.46 บาทต่อหุ้น เป็นเงิน 57.96 ล้านบาท โดยจะขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 17 มีนาคม 2569 และวันไม่ได้รับสิทธิ (XD) ในวันที่ 16 มีนาคม 2569 จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

สำหรับปี 2569 บริษัทฯ มีแผนจะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้กว่า 30% ด้วยการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภค โดยบริษัทฯ มีแผนจะเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่ 1.Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง จากเครือ Onodera Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำระดับโลก โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นร้านแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ 2. IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569 นี้ 

นอกจากนี้ ยังคงดำเนินกลยุทธ์ขยายจำนวนสาขาของแบรนด์ภายในเครือฯ โดยตั้งเป้าเพิ่มกว่า 20 ร้าน รวมเป็นจำนวนกว่า 73 ร้าน ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อเป็นการรองรับการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นการขยายฐานพื้นที่กลุ่มเป้าหมายลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมแผนงานเชิงรุกเพื่อกระตุ้นยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโตอีกด้วย