Phones





TATG โชว์กำไรปี 68 โต 8% ลุยดันไทยขึ้นชั้น ‘EV HUB’

2026-02-26 19:07:29 156



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – TATG เปิดผลงานปี 68 มีกำไรสุทธิ 76.21 ล้านบาท เติบโต 8.53% ด้านรายได้ทะลุ 2,600 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสร้างความพร้อมรับปี 69 รับแรงหนุนสำคัญจากบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์หลักของอาเซียน และการเร่งขยายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย EV Hub ของภาครัฐ
 
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 76.21 ล้านบาท เติบโต 8.53% จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จในการบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขาย ต้นทุนบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวม 2,610.43 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย
 
ทั้งนี้ รายได้หลักของบริษัทเป็นรายได้ที่มาจากสัญญาที่ทำกับลูกค้าปรับลดลง 3.37% โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องมือที่ลดลง 8.51% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อและปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้า
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการและการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ค่าต้นทุนขายและบริการ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร ที่ปรับตัวลดลงสอดรับกับปริมาณงาน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ ของกลุ่มบริษัทเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
 
ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2569 ยังมีทิศทางการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวแบบรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์และมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ซึ่ง TATG ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังได้เสริมแกร่งสายงานการผลิตด้วยการศึกษาและพัฒนาในการนำเทคโนโลยี AI Automation เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงความแม่นยำในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วน การตรวจสอบคุณภาพ และการจัดการคลังสินค้า ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ
 
ขณะที่ในปี 2569 ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่มาจากนโยบายภาครัฐ จากที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้คาดการณ์เป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,500,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2568 อีกทั้งมีการคาดการณ์ปัจจัยหนุน ที่มาจากการผ่อนคลายความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจากสถาบันการเงิน และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อรถยนต์ภายในประเทศ รวมถึง โอกาสของการเปลี่ยนรุ่นของรถยนต์แบบ Hybrid (HEV) ส่งผลให้มีความต้องการในการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ใหม่เพิ่มขึ้น
 
ในส่วนของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในหลายบริษัทที่ตั้งในประเทศไทยได้มีการเดินสายการผลิตในไทยอย่างเต็มตัว จึงเป็นโอกาสในการทำธุรกิจ และเพิ่มกำลังการผลิตของ TATG อย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 โดย TATG ตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ควบคู่กับการพัฒนาการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด 0.07 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 และกำหนดวันที่จ่ายปันผล ภายในวันที่ 22 พ.ค. 2569