Phones





SCB WEALTH จับมือ BlackRock หนุนธุรกิจเวลธ์โตโดดเด่น

2026-03-10 15:08:36 187



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - SCB WEALTH ผนึกกำลังกับ BlackRock สร้างการเติบโตของ AUM กว่า1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 220% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี และคาดว่าภายใน Q1/69 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เตรียมยกระดับความร่วมมือ ผ่านการพัฒนา CMA และ TAA ในระดับสากล
 
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายศรชัย สุเนต์ตา , CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB WEALTH ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของความร่วมมือกับ BlackRock ผู้นำเบอร์หนึ่งระดับโลกด้านการบริหารสินทรัพย์ โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ ผ่านมา การผนึกกำลังกันในการนำเสนอโซลูชั่นการลงทุนให้กับนักลงทุน ได้ตอกย้ำภาพความแข็งแกร่งของ SCB WEALTH ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารด้านความมั่งคั่งระดับแนวหน้าของไทย อีกทั้งยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมไปสู่มาตรฐานใหม่ของการให้บริการทางการเงิน โดยความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนภาพชัดเจนว่าการผนึกพลังระหว่างความเชี่ยวชาญของ BlackRock และความเข้าใจตลาดการลงทุนในประเทศไทยอย่างลึกซึ้งของธนาคารไทยพาณิชย์ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานการบริหารความมั่งคั่งไทยสู่ระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่นักลงทุนไทยในทุกสภาวะตลาด
 
ขณะที่ในปี 2568 ที่ผ่านมาสินทรัพย์ของ SCB WEALTH ภายใต้การบริหารกองทุนของ BlackRock เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงขึ้นกว่า 220% และคาดว่าภายในไตรมาสแรกของปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันธนาคารเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ (SCBAM)ส่งผลให้ SCBAM มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกองทุนของ BlackRock มากที่สุดเป็นอันดับ1 ในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2567 เป็น 25% ณ สิ้นปี  2568 ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่นักลงทุนมีต่อโซลูชันทางการเงินที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ
 
โดย SCB WEALTH ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BlackRock ในการพัฒนาพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ให้มีความยั่งยืนและมีโอกาสเติบโตในทุกสภาวะตลาด หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้เกิดจากการผนึกพลังระหว่างความเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ (Local Expertise) ของ SCB WEALTH ที่ถ่ายทอดความต้องการเชิงลึกของนักลงทุนไทย ผสานเข้ากับนวัตกรรมและความสามารถด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับโลก (Global Expertise) ของ BlackRock จนเกิดเป็นโซลูชันที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์ตลาดได้อย่างแม่นยำนำมาสู่การเปิดตัวกองทุน SCB Global Multi Asset Core (SCBGMCORE) ครั้งแรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมกลยุทธ์ Liquid Alternatives เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นอิสระจากความผันผวนของตลาด
 
ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ กองทุน SCBGMCORE(A) จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและลูกค้าของธนาคาร โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หน่วยของกองทุน ETF ที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น โดยกองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ 0 -100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ บริษัทจัดการ จะมอบหมายให้ BlackRock (Singapore) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน ซึ่งความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับ 5 สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 31 ม.ค. 2569 YTD อยู่ที่ +1.05% 3 เดือนอยู่ที่ +1.33% 6 เดือน +5.38% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (10 เม.ย.68) อยู่ที่+15.72% ต่อปี (ข้อมูลจาก SCBAM Fund factsheet)
 
นอกจากนี้ SCB WEALTH ได้ร่วมมือกับ BlackRock ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมการลงทุนในทุกมิติ อาทิ SCBGMLITE(A) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หน่วยของกองทุน ETFที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก ลงทุนได้มากกว่า10 สินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ทองคำ REITและTIPs เป็นต้น โดยความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกองทุน SCBGMCORE แต่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยกว่า ส่วนกองทุน SCBUSFOCUS(A) เน้นโอกาสเติบโตในหุ้นสหรัฐฯ ที่สอดคล้องกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยความเสี่ยงของกองทุนจัดอยู่ในระดับ 6 และกองทุน SCBABSAP(A) นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงและการใช้กลยุทธ์ทางการเงินที่ซับซ้อน เพื่อรักษาอัตราผลตอบแทนให้สม่ำเสมอ ความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับ 6 และเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงซับซ้อน
 
อย่างไรก็ตาม SCB WEALTH และ BlackRock ยังได้ร่วมกันสร้าง ”นักลงทุนคุณภาพ” ผ่านโครงการ SCB WEALTH XCELERATE เอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะลูกค้า SCB WEALTH ที่เป็นกลุ่ม Next Generation ในการเปิดประสบการณ์โลกการเงินระดับสากล ผ่านการเรียนรู้โดยตรงจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ BlackRock ในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์การลงทุนที่ไร้พรมแดน พร้อมขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอและความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่อนาคต
 
สำหรับก้าวต่อไปของ SCB WEALTH และ BlackRock ในปี 2569 พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ไปอีกขั้น ผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ เริ่มต้นจากการพัฒนา Capital Market Assumption (CMA) เฉพาะสำหรับประเทศไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับการให้คำปรึกษาผ่านการร่วมสร้าง Tactical Asset Allocation (TAA) ในระดับสากล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่แม่นยำสำหรับการวางแผนการลงทุนระยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกมิติ เพิ่มขีดความสามารถในการเฟ้นหาโอกาสเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ให้กับพอร์ตโฟลิโอของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอกย้ำแนวคิด Customer Centricity ผ่านการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของทีมที่ปรึกษาการลงทุนให้มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะตัวของนักลงทุนไทยโดยเฉพาะ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาบริการทางการเงิน แต่เป็นการมุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุน