Phones





PwC เผยซีอีโอไทย 24% ตอบชัด! รายได้ลดลงต่ำสุดรอบ 3 ปี

2026-03-30 16:19:29 82



นิวส์ คอนเน็คท์ - PwC เผยผลสำรวจภายใต้หัวข้อ "การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI" ชี้! ซีอีโอไทยมั่นใจรายได้ลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า PwC ประเทศไทย ได้รายงานผลสำรวจล่าสุด พบมีเพียง 24% ของซีอีโอไทยที่ ‘เชื่อมั่นอย่างมาก’ ว่าองค์กรของตน จะมีรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ ลดลงจาก 47% ในปี 2566 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นของผู้บริหารไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่ผันผวน และการเร่งตัวของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI)
 
ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย (PwC’s 29th Global CEO Survey: Thailand) ภายใต้หัวข้อ ‘การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก (PwC 2026 Global CEO Survey) ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุน และความเสี่ยงไซเบอร์ ขณะเดียวกัน ยังมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะการยกระดับการใช้ AI ในระดับองค์กร และการขยายสู่ธุรกิจหรือโดเมนใหม่ เพื่อการเติบโตระยะยาว 

“ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยในปีนี้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี เพราะโจทย์ไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจชะลอ แต่เป็นความเสี่ยงที่ซ้อนทับกัน ตั้งแต่ความผันผวนในระดับมหภาค กำแพงภาษี ไปจนถึงความเสี่ยงไซเบอร์ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทบทั้งต้นทุน การวางแผนงาน และการตัดสินใจลงทุนโดยรวม”

อย่างไรก็ดี การจัดสำรวจครั้งนี้ จัดทำขึ้นช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 2568 จึงยังไม่มีคำถามหรือความคิดเห็นจากซีอีโอเกี่ยวกับสงครามในอาหรับ ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านแต่อย่างใด
 
ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย ปรับลดลงเช่นกัน โดยมีเพียง 34% ของซีอีโอไทยที่คาดว่าเศรษฐกิจในประเทศจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของซีอีโอทั่วโลกที่ 55% อย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าปี 2569 เป็นปีที่องค์กรต้องบริหารงานภายใต้บริบทของ ‘ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ’ และต้องตัดสินใจอย่างสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นกับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาว 
 
นอกจากความกังวลด้านเศรษฐกิจแล้ว ผลสำรวจยังพบว่า ซีอีโอไทยมองความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค และความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เป็นความเสี่ยงสำคัญสูงสุดของธุรกิจในปีนี้ (ที่ 29% เท่ากัน) ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กำแพงภาษี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างแรงกดดันต่อการวางแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 
 
ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่า แม้ 33% ของซีอีโอไทยระบุว่า องค์กรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ในปีที่ผ่านมา แต่ยังมีเพียงส่วนน้อย (18%) ที่สามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนได้พร้อมกัน สะท้อนความท้าทายด้านโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ข้อมูล ทักษะบุคลากร และกรอบการกำกับดูแล AI นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ การนำ AI มาใช้ในองค์กรไทย ยังคงกระจุกตัวอยู่ในงานบริการสนับสนุนและกระบวนการภายใน ขณะที่การประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้โดยตรง ยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าทางธุรกิจไม่ได้เกิดจากการนำ AI เข้ามาใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความพร้อมด้านข้อมูล โครงสร้างองค์กร ทักษะบุคลากร และการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) ควบคู่กัน 

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กลายเป็นบริบทปกติ ผลสำรวจพบว่า ซีอีโอไทยจำนวนมาก เริ่มขยับจากการตั้งรับความเสี่ยงไปสู่การปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อสร้างแหล่งรายได้การเติบโตใหม่ในระยะยาว โดย 56% ระบุว่า องค์กรได้ขยายเข้าสู่ภาคส่วนหรืออุตสาหกรรมใหม่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อุตสาหกรรมที่ซีอีโอสนใจขยายเข้าไปมากที่สุด ได้แก่ บริการด้านสุขภาพและสุขภาวะ (25%) และธุรกิจบริการและการพักผ่อน (21%) 
 
นอกจากนี้ การควบรวมและซื้อกิจการ (mergers and acquisitions) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากเมกะเทรนด์ ทั้ง AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย 38% ของซีอีโอไทยมีแผนเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อขยายไปสู่ภาคส่วนใหม่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพิ่มขีดความสามารถที่องค์กรยังขาด อีกทั้งทดลองและต่อยอดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่เศรษฐกิจโลกผันผวนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น 
 
“ปีนี้ โจทย์ของซีอีโอไทยไม่ใช่แค่ระมัดระวัง แต่คือการตัดสินใจให้คมขึ้น ภายใต้ข้อจำกัด โดยมี 3 เรื่องที่ควรทำพร้อมกัน หนึ่ง ยกระดับข้อมูลและ AI ให้สร้างผลลัพธ์วัดได้ สอง เสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ และสาม จัดพอร์ตการลงทุนและการเติบโตให้ยืดหยุ่น ผ่านความร่วมมือหรือ M&A ที่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ชัดเจน” นายพิสิฐ กล่าว