Phones





CH เผยงบ Q1/69 รายได้ 438.30 ล้านบ. ธุรกิจทยอยฟื้น

2026-05-18 15:08:00 61



นิวส์ คอนเน็คท์ - CH เผยงบ Q1/69 รายได้รวม 438.30 ล้านบาท ทิศทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้นจากคำสั่งซื้อต่อเนื่อง แม้ช่วง Low Season แรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ สงครามราคา และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เดินหน้าควบคุมต้นทุนเข้มงวด พร้อมขยายตลาด พัฒนาสินค้าใหม่รองรับดีมานด์ผู้บริโภค คาดครึ่งปีหลังเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน  
 
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 438.30 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 0.13 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4/68 ที่ขาดทุนสุทธิ 23.28 ล้านบาท จำนวน 23.14 ล้านบาท หรือลดลง 99.44 % เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งสงครามราคา ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ ยังเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บริษัทยังสามารถรักษาระดับคำสั่งซื้อไว้ได้อย่างต่อเนื่องจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม บริษัทรักษาความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าเดิมได้อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงสั่งซื้อสินค้าในรูปแบบ Bulk และ Private Label อย่างสม่ำเสมอ พร้อมต่อยอดและขยายไลน์สินค้าใหม่เพิ่มขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาสินค้าอาหารและขนมขบเคี้ยวที่มีความหลากหลาย คุณภาพดี และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสขยายฐานรายได้และสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งผลักดันแบรนด์ Bangkok Tasty by Chinhuay เจาะตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันสามารถขยายตลาดไปหลายประเทศในโซนยุโรป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ แบรนด์ไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด ผ่านการปรับกระบวนการทำงานแบบ Lean เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงการขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพื่อลดความแออัดภายในโรงงานท่าฉลอม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการสินค้าในระยะยาว

สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทเริ่มปรับใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบทั้งจากผลไม้และบรรจุภัณฑ์ ส่งผลให้การผลิตกลับมาเดินหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดโปรโมชัน และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

“บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยังมีความผันผวน แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ทำให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการดำเนินธุรกิจไว้ได้อยู่ โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง” นายประวิทย์ กล่าว