Phones





WP ทริสฯ จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB”

2026-10-08 16:18:10 78



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – WP ปลื้ม “ทริสเรทติ้ง” จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” แนวโน้ม “Stable” ฟากผู้บริหาร “ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง” ระบุ สะท้อนความแข็งแกร่งฐานะการเงินมั่นคง กระแสเงินสดมีเสถียรภาพ การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ พร้อมรุกขยายธุรกิจ LPG โซลาร์รูฟท็อป และธุรกิจใหม่ เพิ่มฐานกำไร และสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว
 
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP เปิดเผยว่า บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) สะท้อนถึงฐานะเงินทุนที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งการได้รับการจัดอันดับเครดิตครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นจากสถาบันจัดอันดับต่อศักยภาพของบริษัทฯ ทั้งในด้านการเติบโตและความสามารถในการสร้างกำไร โดยเฉพาะบทบาทของผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ของประเทศไทย รวมถึงมีความสามารถในการรองรับแผนการลงทุนในอนาคต
 
ทั้งนี้ ทริสฯ ระบุว่า ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทยังคงมีเสถียรภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากการกำหนดราคา LPG ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล รวมไปถึง การควบคุมดูแลต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ และการปรับสัดส่วนลูกค้าไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีเสถียรภาพมากขึ้น อีกทั้งบริษัทยังมีการกระจายแหล่งจัดหา LPG โดยเพิ่มการซื้อจากแหล่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเมื่อปริมาณการซื้อจากแหล่งนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต
 
ขณะเดียวกันการขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของรายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป ยังเป็นแหล่งรายได้ประจำที่มีศักยภาพการเติบโตนอกเหนือจากธุรกิจ LPG ปัจจุบัน มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 13.7 เมกะวัตต์ ซึ่งสัญญาระยะยาวที่สร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความเสี่ยงในการดำเนินงานที่ค่อนข้างต่ำของโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ให้กลุ่มบริษัท
 
นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่า EBITDA ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 600-650 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571โดย EBITDA Margin คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับประมาณ 3.7%-3.8%จาก 3.5%ในปี 2568โดยได้รับการสนับสนุนจากสัดส่วนลูกค้าที่ดีขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของสถานะเงินสดสุทธิในปัจจุบันของบริษัทเอื้อให้สามารถลงทุนเพิ่มเติมได้ ภายใต้สมมติฐานกรณีพื้นฐานในช่วงปี 2569-2571 กำหนดให้บริษัทมีเงินลงทุนรวม 1,850 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินลงทุนเพื่อบำรุงรักษาธุรกิจ LPG จำนวน 810 ล้านบาท เงินลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้สัญญา Private PPA จำนวน 500 ล้านบาท และงบประมาณสำหรับการเข้าซื้อกิจการหรือการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นจำนวน 540 ล้านบาท
 
สมมติฐานกรณีพื้นฐานยังกำหนดให้อัตราการจ่ายเงินปันผลเท่ากับประมาณ 100%ของกำไรสุทธิประจำปี แม้จะมีรายจ่ายตามประมาณการดังกล่าว ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิต่อ EBITDA ของบริษัทจะยังคงต่ำกว่า 1.0 เท่าตลอดช่วงประมาณการ พร้อมกันนี้ ประเมินว่า หากรักษาภาระหนี้สินของบริษัทฯ ให้อยู่ในระดับต่ำ ระหว่างที่บริษัท ยังคงมองโอกาสการเติบโต ซึ่งคาดว่าธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจใหม่อื่นๆ จะค่อยๆ ขยายตัว ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยขยายฐานกำไร และสร้างช่องทางการเติบโตเพิ่มเติมนอกเหนือจากตลาด LPG ภายในประเทศที่อยู่ในภาวะอิ่มตัว
 
สำหรับแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+ Plan) ล่าสุด บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ โดยการเข้ารับการจัดอันดับเครดิตโดย TRIS Rating ถือเป็นหนึ่งในแผนที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความมั่นคงทางการเงินของบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะกลาง เสริมความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการขยายธุรกิจ และเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าระดมทุนในตลาดตราสารหนี้และแหล่งเงินทุนอื่นๆ ในอนาคต