Phones





OCEAN ผนึก2พันธมิตรรุกกัญชา ดันปี64ผลงานเทิร์นอะราวด์

2021-09-13 16:11:26 136




นิวส์ คอนเน็คท์ - OCEAN ผนึกกำลังพันธมิตร "JP-แคนนาบิซ เวย์" หวังตอบโจทย์ลูกค้าสารสกัดกัญชง-กัญชาครบวงจร พร้อมรุกล้างขาดทุนสะสมเกลี้ยง ดันผลงานปี64เทิร์นอะราวด์เต็มตัว 

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 นายธีร ชุติวราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN เปิดเผยว่า บริษัทได้จับมือกับ 2 พันธมิตรในตลาดกัญชง-กัญชา ซึ่งได้แก่ ริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP ในฐานะโรงงานผลิตยา , อาหารเสริม , เครื่องสำอาง , สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทวิตามินบำรุงร่างกาย รวมทั้งกาแฟเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาและอาหารเสริมกับองค์การคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า กว่า 2,000 ผลิตภัณฑ์ และ บริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด ผู้ออกแบบและพัฒนาระบบปลูกกัญชง-กัญชาอัจฉริยะ เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับบริษัท ทำให้ก้าวสู่ความเป็นผู้คุมปัจจัยการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร  

โดยเบื้องต้นบริษัทคาดว่ารายได้ที่จะมาจากธุรกิจกัญชงและกัญชาจะเริ่มรับรู้และมีผลต่อผลการดำเนินงานอย่างมากในปี 65 เป็นต้นไป เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้วิจัยและพัฒนาเสร็จสิ้นพร้อมลงเครื่องจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเครื่องจักรนั้นสามารถแยกสาร CBD ได้ 4 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่ FULL SPECTRUM , BROAD SPECTRUM , CBD ISOLATE และ WATER SOLUBLE CBD ISOLATE นอกเหนือจากนั้นยังสามารถสกัดสมุนไพรได้ทุกประเภทอีกด้วย 

ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน เนื่องจากโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอยู่ทั้ง IKON SUKHUMVIT 77 มูลค่ารวม 1,170 ล้านบาท โดยตั้งแต่เริ่มมีการโอนจนถึงปีสิ้นปี 2564 คาดว่าจะมียอดโอนคิดเป็น 78% และโครงการ IKON UDOMSUK มูลค่า 600 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 85% ซึ่งทั้งสองโครงการผลตอบรับดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
 
ทั้งนี้บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ในปี 2564-2565 ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีแผนจะเปิดโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ ย่านรามอินทรา โครงการ THE VALOR มูลค่าโครงการ 480 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน เพราะเป็นตลาดที่ยังมีกำลังซื้อที่เติบโตได้ต่อเนื่อง และมีความต้องการสูง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 64 และเริ่มโอนในต้นปี 65 เป็นต้นไป 

ดังนั้นบริษัทจึงตั้งเป้าปีนี้จะสามารถล้างขาดทุนสะสมได้ทั้งหมด โดยขณะนี้มีอยู่ทั้งสิ้น 89 ล้านบาท เพื่อต้องการกลับมาจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ตามเดิม โดยนโยบายปันผลของบริษัทอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะของบริษัท พร้อมทั้งมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะสามารถเทิร์นอะราวด์ได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัว และธุรกิจใหม่ที่จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ต่อไป