Phones





GBS แนะเก็งกำไรหุ้นรับอานิสงส์บาทแข็ง

2026-01-13 21:26:37 86



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - GBS ประเมินดัชนี SET สัปดาห์นี้ยังผันผวนไร้ทิศทาง ขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230–1,280 จุด โดยแนะนำหุ้นเด่นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า ได้แก่ ADVICE, COM7, SYNEX, SIS, GULF, BGRIM และ GPSC
 
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนและไร้ทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน ขณะที่แรงซื้อขายยังคงเบาบางในช่วงต้นปี โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ธ.ค. 2568 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.2 เป็น 51.9 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากการยุบสภา และปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้า โดยคาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230-1,280 จุด ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและปัจจัยเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น
 
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากรัสเซีย อิรัก และอิหร่านอาจเผชิญภาวะชะงักงันจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยพยุงหุ้นในกลุ่มพลังงานให้มีแรงเก็งกำไรเพิ่มขึ้น ล่าสุดสหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยหนึ่งในนั้นติดธงชาติรัสเซีย ซึ่งนับเป็นมาตรการเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการควบคุมทิศทางการค้าน้ำมันในทวีปอเมริกา และยังขู่ว่าอาจใช้กำลังโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้ง หากทางการอิหร่านเริ่มใช้ความรุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตผู้ชุมนุมประท้วงในประเทศตะวันออกกลาง
 
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยประมาณการว่า GDP จะขยายตัว 2.1% ในปี 2568 และคาดว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัว 2.0% หลังจากนำเอาข้อมูลเศรษฐกิจที่ล่าช้าอันจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาลในปีที่แล้ว มาใช้ในการประเมินด้วย ด้าน เฟด สาขาแอตแลนตา จัดทำแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัว 5.4% ในไตรมาส 4/2568 ส่วนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ลดลง 39% สู่ระดับ 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2552 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.81 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 4.81 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ย.
 

อย่างไรก็ตามยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ สัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์, สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, ภายใน 21 ม.ค. กำหนดวันสุดท้ายหุ้นธนาคารส่งงบการเงินปี 2568, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 1 ก.พ. เลือกตั้งล่วงหน้า, วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้งและ วันที่ 25 ก.พ. ประชุมกนง. ครั้งที่ 1/69
 
ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา อาทิ วันที่ 13 ม.ค. ญี่ปุ่น รายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพ.ย., สหรัฐ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย. และเดือนต.ค., วันที่ 14 ม.ค. จีน รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนธ.ค., สหรัฐ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 3/68 ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนต.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, 15 ม.ค. สหรัฐ รายงานราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนพ.ย.
 
ทั้งนี้ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในโซนแข็งค่า เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นนำเข้าและพลังงาน โดยเฉพาะ ADVICE, COM7, SYNEX, SIS, GULF, BGRIM และ GPSC