Phones





กต. โชว์ตัวเลขการค้าผ่านแดนปี 68 ทุบสถิติสูงสุด

2026-02-02 17:40:30 64



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – กต. เปิดตัวเลขการค้าผ่านแดนปี 68 สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1.04 ล้านล้านบาท บวก 24.4% ดึงยอดรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัว 6.7% ทะลุ 1.93 ล้านล้านบาท
 
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ทั้งปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,937,629 ล้านบาท ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นการส่งออก 1,063,104 ล้านบาท (+1.4%) และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท (+14.0%) โดยไทยได้ดุลการค้าในปี 2568 ทั้งสิ้น 188,579 ล้านบาท ซึ่งการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 894,193 ล้านบาท (-8.5%) เป็นการส่งออก 522,007 ล้านบาท (-13.3%) การนำเข้า 372,186 ล้านบาท (-0.7%) และไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 149,822 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซีย มีมูลค่าสูงสุด 315,095 ล้านบาท (+2.8%) รองลงมา คือ สปป.ลาว 293,399 ล้านบาท (+2.4%) เมียนมา 193,663 ล้านบาท (-7.4%) และกัมพูชา 92,037 ล้านบาท (-47.3%)
 
ทั้งนี้ สินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 36,155 ล้านบาท (-11.9%) น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 15,932 ล้านบาท (-18.6%) และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่นๆ (เช่น นมผงสำหรับเด็ก กากถั่วเหลือง บุหรี่) 13,750 ล้านบาท (-4.6%) ในขณะที่สินค้านำเข้าชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เชื้อเพลิงอื่นๆ (เช่น พลังงานไฟฟ้า) 78,829 ล้านบาท (+4.7%) ก๊าซธรรมชาติ 51,771 ล้านบาท (-20.6%) และผักและของปรุงแต่งจากผัก (เช่น มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) 22,991 ล้านบาท (-2.4%) สำหรับด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 248,890 ล้านบาท (+3.9%) รองลงมาได้แก่ ด่านศุลกากรหนองคาย 98,952 ล้านบาท (+8.2%) และด่านศุลกากรแม่สอด 78,284 ล้านบาท (+3.0%)
 

ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,043,436 ล้านบาท (+24.4%) เป็นการส่งออก 541,097 ล้านบาท (+21.2%) การนำเข้า 502,339 ล้านบาท (+28.0%) และไทยได้ดุลการค้า รวมทั้งสิ้น 38,757 ล้านบาท โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงสุด 608,165 ล้านบาท (+26.7%) รองลงมาคือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มีมูลค่า 151,988 ล้านบาท (+37.7%) และ 88,480 ล้านบาท (+22.8%) ตามลำดับ ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ ทุเรียนสด 109,974 ล้านบาท (+11.4%) ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ 103,572 ล้านบาท (+18.3%) และยางแท่ง TSNR 33,926 ล้านบาท (-13.9%)
 
ขณะที่สินค้านำเข้าผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 60,759 ล้านบาท (+29.0%) เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 39,870 ล้านบาท (+2.8%) และเครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข และโทรทัศน์ 35,972 ล้านบาท (+19.2%) สำหรับด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าผ่านแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรมุกดาหาร 418,605 ล้านบาท (+38.5%) รองลงมาได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 233,412 ล้านบาท (+9.8%) และ ด่านศุลกากรนครพนม 128,916 ล้านบาท (+27.6%)
 
ทั้งนี้ ในปี 2568 การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย – กัมพูชา ทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดนและการค้าหดตัวอย่างมาก รวมถึงด้านเมียนมาจากความไม่สงบในประเทศและการออกมาตรการเข้มงวดควบคุมการนำเข้าสินค้าจากชายแดนไทยเข้าเมียนมา ทำให้การค้าชายแดนชะลอตัวตลอดช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม การค้าผ่านแดนในปีนี้ขยายตัวสูงมากถึง 24.4% มีมูลค่ารวมกว่า 1.04 ล้านล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนโดยรวมยังขยายตัวได้ดี 6.7% มูลค่าการค้ารวมมากกว่า 1.93 ล้านล้านบาท
 

สำหรับในปี 2569 คาดว่าการค้าผ่านแดนจะยังคงเป็นกำลังสำคัญและขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกยังคงเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในไทย ในขณะที่การค้าชายแดนสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชายังคงเปราะบางและมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุปะทะกันได้อีก ซึ่งคาดว่าการเปิดด่านคงยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกันด้านเมียนมาที่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อย และมาตรการทางการค้าของเมียนมาที่ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด – เมียวดี) มาตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2568
 
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศมีแผนการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงราย นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และเสริมสร้างโอกาสทางการค้าทดแทนด้านกัมพูชา โดยประสานงานกับภาคเอกชนและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า การเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ กรมฯ จะมุ่งเน้นเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการค้าด้านกัมพูชาเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวนสูงสุด 50% ของจำนวนบูธทั้งหมดในแต่ละครั้งของการจัดงานฯ