Phones





SME D Bank เผยดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี Q1/69 ร่วงแรง!

2026-03-24 17:11:04 139



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - SME D Bank เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ช่วงไตรมาส 1/69 ปรับลดลงอย่างรุนแรง เหลือระดับ 50.2 จากไตรมาส 4/68 ที่อยู่ระดับ 68.9 เหตุกังวลราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น กระทบคำสั่งซื้อและการดำเนินธุรกิจ ประกาศแผนช่วยหลือเต็มกำลัง จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท
 
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank โดย “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.” ร่วมกับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ทำการสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ในไตรมาสที่ 1/2569 และคาดการณ์อนาคต” จากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ระดับ 50.2 ลดลงจากไตรมาส 4/2568 ที่อยู่ระดับ 68.9 เนื่องจากมีความกังวลต่อระดับราคาน้ำมันในประเทศที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลเชิงลบด้านต้นทุนการประกอบการ เช่น วัตถุดิบ ค่าขนส่งการดำเนินงาน รวมถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อ/บริการ
 
โดยผลประกอบการที่ปรับลดลง และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว จากที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมด กังวลต้นทุนการประกอบการจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบและเพิ่มประสิทธิภาพไปพร้อมกับการปรับกลยุทธ์การตลาด เพื่อรักษาระดับคำสั่งซื้อให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่า กลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจรายย่อม (Small) มีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจ ลดลงมากกว่ากลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) โดยลงมาที่ระดับ 44.4, 49.7 และ 60.3 ตามลำดับ  จากไตรมาสที่แล้ว เคยอยู่ระดับ 70.3 , 61.3 และ 84.2 ตามลำดับ สะท้อนว่า กิจการขนาดเล็กมีความเปราะบางกว่ากิจการขนาดใหญ่
 
ขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 2/2569 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความต้องการสินเชื่อ 66.2% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 93.7% เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รอดูสถานการณ์ของสงคราม และนโยบายภาครัฐหลังการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ความต้องการสินเชื่อของเอสเอ็มอีกว่า 62.2% ยังเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อประคองสภาพคล่องและรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นเป็นหลัก 
 

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น SME D Bank ในฐานะธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ได้จัดเตรียมแผนช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปรับตัวก้าวข้ามวิกฤต ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนธุรกิจระยะยาว รวมถึงเสริมศักยภาพการแข่งขันสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพาเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด
 
“สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ควบคู่กับการสนับสนุนด้านการพัฒนา เพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจร ทั้ง Online ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรม Onsite ตลอดปี 2569
 
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการรับบริการด้านการเงินและการพัฒนาจาก SME D Bank สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357