Phones





PTG เดินหน้าธุรกิจปีม้าไฟ รุกพัฒนา Max World Ecosystem

2026-03-30 08:31:23 59



PTG เดินหน้าธุรกิจปีม้าไฟ รุกพัฒนา Max World Ecosystem (สกู๊ปพิเศษ)

ปิดจ็อบปี 2568 เสิร์ฟงบแบบสวยๆ ไปแล้ว สำหรับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดยนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เผยว่า บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 1,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% เทียบปีก่อน และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 6,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% ส่วนกำไรขั้นต้นมีจำนวน 17,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจ Non-Oil ซึ่งมีกำไรขั้นต้นเติบโต 75.7% ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 37.1% ของกำไรขั้นต้นรวมจาก 25.0% ในปี 2567 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและมีคุณภาพมากขึ้น

สำหรับรายได้จากการขายและการให้บริการ มีจำนวน 224,341 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% เทียบปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายปลีกเฉลี่ยในธุรกิจ Oil ที่ปรับลดลง ส่วนธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 31.7% เป็น 23,654 ล้านบาท ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีรายได้ 5,309 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 134.3% จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,151 สาขา เพิ่มขึ้น 59.7% เทียบเท่ากับอัตราการขยายมากกว่า 2.2 สาขาต่อวัน 

ส่วนธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้จำนวน 10,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เทียบปีก่อน เป็นผลมาจากปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ผ่านทุกช่องทางที่เติบโต 7.9% เป็น 421 ล้านกิโลกรัม และมีจำนวนสาขาธุรกิจ LPG เพิ่มขึ้น 21.6% เป็น 698 สาขา โดยบริษัทยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มของปริมาณการจัดจำหน่ายก๊าซ LPG ผ่านสถานีบริการเป็นอันดับ 1 ในปี 2568
จากผลดำเนินงานดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดปี 2568 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 584.5 ล้านบาท กำหนดวันจ่ายเงินปันผลวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ ต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายน 2569 อีกครั้ง

เดินหน้าธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Powering Thai Lives
นายพิทักษ์กล่าวว่า บริษัทพร้อมเดินหน้าธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone” โดยจะมีการพัฒนา Max World Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและบริการด้านไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านการเชื่อมต่อ 13 แบรนด์ภายในเครือ กับเครือข่ายบริการกว่า 6,000 Touchpoints และฐานสมาชิกกว่า 25 ล้านคน พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการมากกว่า 7,000 Touchpoints ผ่านการผสานธุรกิจ Oil และ Non-Oil เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ในหลากหลายมิติ
 
สำหรับในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโต 3-5% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจ Non-Oil คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 50% โดยเฉพาะยอดขายกาแฟพันธุ์ไทยที่คาดว่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ราว 6,000-7,000 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil ในปีนี้ไว้ระดับ 45% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50% ภายในปี 2570 เนื่องจากธุรกิจ Non-Oil ไม่ได้ถูกควบคุมเรื่องราคามากนัก ส่วนโครงสร้างรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากธุรกิจน้ำมันมากกว่า 90% และธุรกิจ Non-Oil ราว 10%
 
ขณะที่ในปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น เงินลงทุนในธุรกิจใหม่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ซึ่งจะเน้นไปที่การขยายสาขาของธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ส่วนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันคาดว่าในปีนี้จะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เนื่องจากส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัยมากขึ้น
 
"สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้จากธุรกิจ Non-Oil อยู่ในระดับ 30-40% เทียบปี 2568 และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil ไว้ที่ประมาณ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุน และการเพิ่มเติมสัดส่วนธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วน EBITDA ตั้งเป้าเติบโต 8-12% จากปี 2568 ทั้งนี้ ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยยังคงเป็นธุรกิจที่สำคัญของ Non-Oil โดยปีนี้วางแผนขยายสาขาไม่น้อยกว่า 800 สาขา ส่วน “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” วางแผนขยายเพิ่มประมาณ 50 สาขา ขณะที่ธุรกิจ LPG วางเป้าหมายขยายจุดให้บริการรวมเป็นประมาณ 836 จุด ในส่วนของธุรกิจ Non-Oil อื่นๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ Max Mart, ศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ และศูนย์บริการ Autobacs, สถานีบริการรูปแบบใหม่ PT GIGA EV และสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT PT ยังคงขยายเครือข่ายเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าในระยะยาว" นายพิทักษ์ กล่าว
เชื่อมโยง "คน-เศรษฐกิจ-สังคมไทย" สู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข”
นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG กล่าวว่า Ecosystem ของ PTG ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบนิเวศทางธุรกิจของบริษัท โดย PTG เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อผู้คนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น การสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับชุมชน หรือการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพัฒนาบริการและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม
 
ทั้งนี้ การพัฒนาธุรกิจของ PTG จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายเครือข่ายบริการหรือการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกันใน Ecosystem เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในทุกพื้นที่ บริการสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และ Ecosystem สามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้คนในทุกภาคส่วน แนวคิด Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone จึงไม่ใช่เพียงทิศทางธุรกิจของ PTG แต่เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และสังคมไทย เข้าสู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน
 
โบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ"
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ PTG ทำให้เหล่าบรรดาโบรกเกอร์หลายสำนัก ประสานเสียงเชียร์นักลงทุน "ซื้อ" หุ้น PTG ติดพอร์ตไว้อย่างต่อเนื่อง โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า สำปี 2569 คงมุมมองอุตสาหกรรมค้าปลีกน้ำมันจะมีทิศทางที่ดีขึ้น จาก 1.) การแข่งขันด้านราคาไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา 2.) แรงกดดันค่าการตลาดลดลงหลังฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(รวมLPG) จากสิ้นปี 2568 ติดลบ 7.3หมื่นล้านบาท 3.) ภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณฟื้นตัว นอกจากนี้ ทิศทางธุรกิจNon-oil ของบริษัทฯ ในปี 2569 ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไร หลังบริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ปรับลดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด
โดยฝ่ายวิจัยฯ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1.3 พันล้านบาท เติบโต 25% จากปี 2568 ทั้งนี้ ระยะสั้นแนวโน้มกำไร Q1/69 ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน หลังผ่านช่วง High Season ของปริมาณขายน้ำมันช่วงไตรมาส 4/68 ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน vs สหรัฐฯ อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบเร่งตัวขึ้น และเป็นความเสี่ยงต่อ Upside ของค่าการตลาดระยะสั้น ขณะที่ราคาหุ้น ทางพื้นฐาน คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 10.00 บาท

ขณะที่ บล.โกลเบล็ก แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มอง Outperform Market ให้ราคาเป้าหมาย 10.00 บาท, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 13.00 บาท บล.ดาโอ แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท เช่นเดียวกับ บล.ทรีนีตี้ แนะนำ Trading Buy และให้ราคาแนะนำ 11.50 บาทต่อหุ้น