Phones





GGC พลิกกำไร 96 ลบ. ธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ฟื้นตัว

2026-05-19 15:27:58 49



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – GGC ประกาศผลงานไตรมาส 1/69 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 5,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ รวมทั้งมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JV จำนวน 29 ล้านบาท
 
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท จากการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดโลก โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 5,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% สะท้อนความสามารถในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน ควบคู่กับการต่อยอดธุรกิจเคมีชีวภาพมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Products) ตอกย้ำศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และการรักษาฐานะการเป็น “Debt-Free Company” อย่างมั่นคงภายใต้การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มาจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ ซึ่งมีรายได้จากการขาย 2,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า และมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 29% ตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ส่งผลให้ลูกค้าเร่งบริหารสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับการผลิตในระยะถัดไป นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (JV) ในธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ อีทอกซีเลท (Fatty Alcohol Ethoxylate: FAEO) จำนวน 29 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าเพิ่มสูง และประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
 
“ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ GGC ในการดำเนินธุรกิจเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายกฤษฎากล่าว
 
ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวมกว่า 1,647 ล้านบาท และคงสถานะ “Debt-Free Company” หรือบริษัทที่ไม่มีภาระหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย สะท้อนวินัยทางการเงินและความสามารถในการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ทั้งด้านต้นทุนวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และโลจิสติกส์ พร้อมปรับกลยุทธ์การขายโดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
 
นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ “GGC Taking the Future” มุ่งต่อยอดธุรกิจเคมีชีวภาพและยกระดับห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ SPOPP CLIMA ร่วมกับเกษตรกรรายย่อยกว่า 1,000 ราย เพื่อยกระดับการปลูกปาล์มน้ำมันสู่แนวทางคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นรูปธรรม