Phones





BAY วางกรอบเงินบาท 32.80-33.50 บ./ดอลลาร์

2026-07-06 16:36:18 103



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.12-33.43 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาด พร้อมกับมีการปรับลดตัวเลขย้อนหลังสำหรับเดือนก่อนหน้า ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ แต่ยังไม่สามารถสะท้อนภาพรวมที่ชัดเจนของตลาดแรงงานและแนวโน้มเงินเฟ้อได้ โดยประธานเฟดเน้นย้ำว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
 
ขณะเดียวกันตลาดเฝ้าระวังความเสี่ยงของการแทรกแซงตลาดจากทางการญี่ปุ่นเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน หลังมีรายงานว่าญี่ปุ่นอาจลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับการแทรกแซง ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการสกัดแรงเก็งกำไรค่าเงินเยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 26,095 ล้านบาท และ 11,850 ล้านบาท ตามลำดับ
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะติดตามข้อมูลภาคบริการของสหรัฐฯและรายงานการประชุมเฟด ท่ามกลางมุมมองของตลาดที่ว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในต้นไตรมาส 4 ซึ่งเรามองว่ายังสะท้อนการคาดการณ์ที่เข้มงวดเกินไป โดยตัวเลขการจ้างงานล่าสุดอาจทำให้ผู้ร่วมตลาดกลับมาประเมินแนวโน้มนโยบายของเฟดอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้นหากตลาดแรงงานมีแนวโน้มชะลอลงต่อไป โดยนอกจากราคาพลังงานที่อ่อนตัว ปัจจัยอื่นๆ เช่น การคลี่คลายผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าและการชะลอลงของค่าเช่าที่อยู่อาศัย น่าจะช่วยลดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งหมดนี้อาจจะเปิดทางให้เฟดสามารถคงดอกเบี้ยไว้ในปีนี้ และจำกัดขาขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ได้บ้าง
 
ด้านปัจจัยในประเทศ ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค. และช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ 6.4 พันล้านดอลลาร์และ 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเศรษฐกิจทรงตัว ภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นในเดือนพ.ค. จากนักท่องเที่ยวระยะไกล รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียที่เพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออกและการผลิตชะลอลง ด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเล็กน้อย โดยทางการยังติดตามความเสี่ยงจากค่าครองชีพ ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าสหรัฐฯ มาตรการภาครัฐ และผลกระทบจากเอลนีโญ