Phones





กรุงศรี วางกรอบเงินบาท 32.80-33.35 บ./ดอลลาร์ จับตาจ้างงานสหรัฐฯ

2026-08-31 18:32:26 97



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ประเมินทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเห็นสัญญาณของทิศทางดอกเบี้ยเฟด ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังรอติดตามรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค.
 
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังซื้อขายในกรอบ 32.58-33.01 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 2 เดือนครั้งใหม่ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯระยะยาวย่อลง ขณะที่ตลาดประเมินมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯอาจนำมาใช้เพื่อลดความผันผวนของอัตราผลตอบแทน ซึ่งรวมถึงการนำ Treasury General Account เป็นเครื่องมือบริหารสภาพคล่อง และการเพิ่มสัดส่วนการระดมทุนผ่านตั๋วเงินคลังระยะสั้น
 
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังจากที่อิหร่านและโอมานได้หารือเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือชั่วคราวที่มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) สูงขึ้น 3.3% ในเดือนก.ค. สอดคล้องกับที่ตลาดคาด ขณะที่สุนทรพจน์ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)บ่งชี้ความกังวลต่อเงินเฟ้อ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 12,228 ล้านบาท และ 360 ล้านบาท ตามลำดับ
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้มองว่า นักลงทุนจะติดตามข้อมูลจ้างงานเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ หลังประธานเฟดระบุว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ นโยบายการเงินควรมุ่งเน้นไปที่การควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก และเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไปเป็นระยะเวลานาน โดยเฟดจำเป็นต้องรักษาความน่าเชื่อถือ ท่าทีดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สร้างความประหลาดใจเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ประธานเฟดหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ที่ราว 60%
 
ในส่วนของปัจจัยในประเทศตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ ขณะเศรษฐกิจยังเผชิญภาวะการเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง โดยการลงทุนและการส่งออกขยายตัวแข็งแกร่งเทียบกับการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงรวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มเปราะบางยังคงเป็นประเด็นสำคัญ กรุงศรีคาดว่ากนง. จะตรึงดอกเบี้ยไว้ตลอดปีนี้ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอซึ่งจำกัดการส่งผ่านเงินเฟ้อด้านต้นทุนที่สูงขึ้น