Phones





กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 33.30-33.70 บ./ดอลลาร์ ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ

2026-10-12 10:58:56 325



 
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.70 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.53 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายกรอบแคบระหว่าง 33.51-33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ แม้ตลาดดอกเบี้ยจะปรับลดคาดการณ์ต่อการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) สะท้อนว่าแรงหนุนของเงินดอลลาร์เกิดจากปัจจัยลบในต่างประเทศมากกว่า โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการคลังและการเมืองในยูโรโซน ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนีปรับตัวผันผวนสูง
 
ด้านรายงานประชุมเฟดเปิดทางสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ไม่ได้แสดงท่าทีเร่งรีบ และบ่งชี้ว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. นั้นเป็นการบริหารความเสี่ยงไว้บางส่วนต่อกรณีที่ภาวะอุปสงค์อาจแข็งแกร่งเกินคาด หรือเงินเฟ้อที่เกิดจากด้านอุปทานอาจยืดเยื้อมากกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 9,505 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 5,114 ล้านบาท
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ความแข็งแกร่งของเงินหยวนได้ช่วยพยุงสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียให้มีเสถียรภาพมากกว่าที่ควรจะเป็นภายใต้ภาวะดอลลาร์แข็งค่าโดยรวม ขณะที่หากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของสหรัฐฯไม่ได้ออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ มีแนวโน้มว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะเดียวกันประธานเฟดมีกำหนดเข้าร่วมวงเสวนาในการประชุมประจำปีของ IMF ที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นการแสดงความเห็นต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่การประชุม FOMC เดือนก.ย. อนึ่ง ความกังวลของตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อผลเชิงลบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในฝรั่งเศสจะยังคงจำกัดแรงขายเงินดอลลาร์ในระยะนี้
 
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเพิ่มขึ้น 2.82% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาพลังงานและราคาอาหารที่สูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 1-3% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.50% y-o-y ทางด้านผู้ว่าการธปท.ระบุว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวราว 2.3% ในปีนี้จากการลงทุนเป็นสำคัญ ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีบางส่วน สำหรับภาคการส่งออก ธปท.มองว่ามีแนวโน้มขยายตัว 17-18% ในปีนี้ เทียบกับประมาณการเดิมที่ 14%