Phones





CIMBT สะกิดรัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างศก. หวั่นจีดีพีโตต่ำต่อเนื่อง

2026-07-15 21:27:48 109



 
นิวส์ คอนเน็คท์ –CIMBT ประเมินเศรษฐกิจไตรมาส 3/69 เริ่มเห็นแสงสว่าง หลังราคาน้ำมันดิ่งคลายตัว แต่หวั่นสงครามการค้ารอบใหม่พ่นพิษครึ่งปีหลัง เตือนรัฐบาลเร่งสร้างงาน-สร้างรายได้ แทนมาตรการกระตุ้นระยะสั้น เผยพร้อมประเมินหากไม่เร่งปรับโครงสร้าง ฉุดเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำโตกว่า 2% ลากยาว 3-5 ปี
 
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3/2569 เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น  หลังผ่านช่วงอ่อนแรงสุดของปีในไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยบวกมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก จากการที่สหรัฐฯและอิหร่านลงนามสัญญาพักรบชั่วคราว แม้จะมีโอกาสกลับมาสู้รบกันใหม่ ขณะที่การส่งออกของไทยยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ รวมไปถึงมาตรการของภาครัฐที่ช่วยประคองกำลังซื้อในประเทศ
 
ทั้งนี้ CIMBT ได้ประเมินปัจจัยสำคัญ 5 ข้อที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3/2569 ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันเฉลี่ย 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 2/69 ก่อนปรับตัวย่อลงมาช่วงปลายมิ.ย.-ต้น ก.ค. ลงมาต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล มองต่อไปปัญหาอิหร่านยังระอุ แม้จะไม่ได้ทวีความรุนแรงเป็นสงครามเหมือนช่วงไตรมาส 2/2569 CIMBT คาดว่า ไตรมาส 3/2569 ราคาจะเฉลี่ยราว 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล แม้ยังมีความเสี่ยงจากหลายปัจจัย แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้
 
2.ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงดอกเบี้ยทั้งปี 2569 ที่ 3.75% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรึงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% โดยมองว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะทยอยชะลอลงตามราคาพลังงาน และเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐไม่ได้มาจากด้านอุปสงค์มากนัก ค่าเช่า หรือ ค่าจ้างแรงงานไม่ได้ทวีความทะยานขึ้นสูง จึงน่าจะอยู่ระดับควบคุมได้ เฟดไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และ จะปรับตัวสมดุลในปีหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากฝั่งต้นทุนมากกว่าอุปสงค์
 
3.สงครามการค้ารอบใหม่คือความเสี่ยงใหญ่ของครึ่งปีหลัง แม้ความขัดแย้งด้านพลังงานคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงใหม่กำลังย้ายไปที่สงครามการค้า ต้องจับตาการใช้มาตรการ 301 ของสหรัฐฯที่เคยบังคับใช้กับจีน อาจกลับมากดดันประเทศคู่ค้า และ สร้างความผันผวนต่อบรรยากาศการค้าโลกอีกครั้ง อาจกระทบการส่งออกของไทยระยะต่อไป ต้องติดตามผลดี-ผลเสียอีกครั้ง, 4.ค่าบาทแข็งค่าที่ 33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยจีดีพีของไทยในปี 2569 มีโอกาสเติบโตได้ 2% ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการลงทุนภาคเอกชน ไม่ได้มาจากการบริโภคอีกต่อไป และจะเห็นการลงทุนภาคเอกชนโตได้ดีกว่าจีดีพี พร้อมประเมินว่าค่าบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าที่ประมาณ 33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐช่วงไตรมาส 3/2569 จากเงินทุนไหลเข้า และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ทรงตัว
 
5.รัฐบาลเร่งนโยบายสร้างความเชื่อมั่น โดยรัฐบาลจะหาทางสร้างความเชื่อมั่น หารายได้ ลดการขาดดุลงบประมาณ มีวินัยการคลัง และไม่น่าชนเพดานหนี้ที่ 70% ต่อจีดีพีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาเครดิตของประเทศ อีกทั้งหวังว่ารัฐบาลจะเน้นการลงทุนภาครัฐร่วมกับเอกชน หรือการลงทุนใหม่ จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ เกิดการลงทุนระยะยาวกับประเทศมากกว่ามาตรการแจกเงินระยะสั้น เพราะจากข้อมูลที่ผ่านมา หลังมาตรการจบการบริโภคมักกลับมาทรุดตัวจึงอยากเห็นตัวขับเคลื่อนหลักที่มาจากมาตรการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประชาชน
 
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 3/2569 เริ่มดีขึ้น แต่การบริโภคภาคเอกชนยังคงทรงตัว รายได้โตช้า ขณะที่ค่าครองชีพยังสูง ซึ่งมาตรการภาครัฐจะเป็นตัวประคองสถานการณ์ และจะเป็นผลดีต่อกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ทั่วไป แต่ของใช้ขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ยังมีความเสี่ยงชะลออยู่ เพราะรายได้ของคนไม่ได้โตมาก ขณะที่ความเชื่อมั่นดูไม่ค่อยดีนัก โดยการลงทุนเอกชนยังไม่นิ่งแม้ FDI จะเข้าไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center แต่ยังไม่ได้มีการกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงยังไม่เกิดการทวีคูณทางเศรษฐกิจที่เร่งมากนัก ตัวภาคก่อสร้างยังทรุดตัว รายได้คนกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ด้านภาคการส่งออกเป็นบวก และ สนับสนุนภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมโดยรวม แต่เนื่องจากในหลายอุตสาหกรรมมีสัดส่วนนำเข้าค่อนข้างสูง จึงยังไม่เห็นการส่งออกสุทธิที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
               
ทางด้านนโยบายการเงินพร้อมผ่อนคลายต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงก่อนหน้าธปท. มองเป็นปัญหาด้านอุปทาน ไม่ใช่ด้านอุปสงค์ เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เงินเฟ้อก็มีโอกาสย่อลงได้ มองว่า โอกาสที่ธปท.จะคงดอกเบี้ย 1% ตลอดทั้งปี เป็นไปได้สูง ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าราวๆ 33-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ช่วงที่ผ่านมา น่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูง และ การคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่สำนักวิจัยฯมองว่า ไตรมาส 3/2569 โอกาสที่ค่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าที่ 33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐตลอดทั้งปีมีโอกาสเป็นไปได้มีเงินไหลเข้า และคาดการณ์ว่าสหรัฐฯจะยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้
 
“เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงเติบโตระดับ 2-2.5% แบบนี้ไปอีก 3-5 ปี มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาโตได้เหนือ 3% ยกเว้นจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาสำหรับเศรษฐกิจไทยที่ยังโตต่ำในระยะยาวหากไม่ได้รับการแก้ไข” ดร.อมรเทพ กล่าว