Phones





GUNKUL เปิดกลยุทธ์ใหญ่ปี 69 ดันรายได้ 10,000 ล้านบ.

2026-02-11 16:55:48 113



นิวส์ คอนเน็คท์ - GUNKUL เปิดกลยุทธ์ใหญ่ปี 69 ขยาย Ecosystem สู่การเป็น ‘พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวและ AI’ เน้นสร้างขีดความสามารถในกลุ่ม 3 ธุรกิจหลักให้แข็งแกร่ง ปรับโครงสร้างการทำงานขององค์กร เตรียมความพร้อมในทุกมิติ เดินหน้าสร้าง S-Curve ขยายฐานสู่อุตสาหกรรมใหม่ โครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ดันพอร์ตพลังงานสีเขียวทั้งในและต่างประเทศแตะ 2,000 เมกะวัตต์ปี 70 ตั้งเป้าปี 69 รายได้ชน 10,000 ล้านบาท เติบโต 10-15% 
 
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิด เผยว่า ปี 2569 GUNKUL กำหนดเส้นทางการเติบโตองค์กรสอดรับเทรนด์เศรษฐกิจและทิศทางพลังงานของโลก เน้นสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเดิม ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงาน สีเขียว (Green Power) ที่เป็นหนึ่งในผู้นำที่มีพอร์ตกำลังการผลิตลำดับต้นของประเทศ 2. ธุรกิจรับเหมา ไฟฟ้า (EPC) 3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) 

ทั้งนี้ ภาพรวมคาดว่าอัตราส่วนพลังงานหมุนเวียนในประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก จากที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาพลังงาน PDP 2024 โดย Bloomberg มีการคาดการณ์การเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดจาก 22% เป็น 77% ภายในปี 2570 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าตลาดสูงถึง 8 ล้านล้านบาท หากผนวกกับมูลค่าการลงทุนที่ถูกอนุมัติโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในโครงการ Data Center กว่า 800,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มองว่ามีศักยภาพที่จะเข้าร่วมได้อย่างน้อยราวๆ 10-15% ของมูลค่าดังกล่าว 

จึงได้มีการวางกลยุทธ์ในปี 2569 ประกาศภารกิจการเป็น "พาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ AI" รองรับกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ที่ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของไทย แต่เป็นการตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของพลังงานสะอาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคอนาคต ซึ่ง GUNKUL พร้อมที่จะขยาย Ecosystem โดยนำความเชี่ยวชาญแบบครบวงจรด้านพลังงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเข้าไปสร้างมูลค่าการเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

"ถึงแม้ว่าในปี 2568 รายได้จะไม่เป็นไปตามเป้าที่ประกาศไว้ว่าจะทำให้ได้ 10,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย แต่มั่นใจว่าปี 2569 จะขอแก้ตัว โดยมั่นใจว่าจะทำได้แน่นอนที่ 10,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าราว 30% ธุรกิจ EPC ราว 50% และธุรกิจเทรดดิ้งราว 20% และเชื่อมั่นว่ากำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโตแข็งแกร่งในระดับสองหลัก อยู่ที่ 10-15% แต่ที่สำคัญคือ สัดส่วนกำไรกว่า 65-70% มาจากธุรกิจไฟฟ้า อีกราว 20-25% จากธุรกิจ EPC และที่เหลือราว 15% มาจากธุรกิจเทรดดิ้ง" นางสาวนฤชล กล่าว

สำหรับเป้าหมายในส่วนของ 3 กลุ่มธุรกิจหลักมีแผนการดำเนินการ ดังนี้

1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power) เดินหน้าประมูลโครงการพลังงานสะอาดตามเป้าพอร์ตโฟลิโอพลังงานไฟฟ้าสีเขียวแตะ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนโรงไฟฟ้าสีเขียว ไปต่างประเทศ 150 เมกะวัตต์ เน้นประเทศฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอื่นๆ ขยายอีโคซิสเต็มบริการด้านพลังงานสะอาดเข้าไปในอุตสาหกรรมใหม่เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เชิงรายได้ภายในปี 2570

2. ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ตั้งเป้าบันทึกรายได้ 5,500 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยจะเตรียม ประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (EPC) ทั้งจากภาค เอกชนและหน่วยงานรัฐ ที่จะช่วยเพิ่ม การเติบโตด้านรายได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีการลงทุน จากภาครัฐเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังคง เดินหน้าขยายบริการรับเหมาวิศวกรรมไฟฟ้าและ อินฟราสตรัคเจอร์ สู่ตลาดแรงดันสูง 115 kV - 500 kV ซึ่งมีความเฉพาะทาง ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดในระดับผู้บริโภคโดยทั่วไป (B2C) ได้อีกมาก

3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) ขยายตลาดสำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์แรงดันต่ำสำหรับ Data Center ที่จะเข้ามา รวมถึงการช่วยรุกตลาดอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทั่วประเทศร่วมกับ SUNGROW ผู้นำด้านอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่โซลูชั่นอันดับ 1 ของโลก โดยจะมุ่งเน้นการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกขนาดกำลังการติดตั้ง

ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จ ชนะงานก่อสร้างระบบไฟฟ้าหลายโครงการ ทำให้มีแบ็คล็อกสะสมสูงถึง 8,000 ล้านบาท รวมถึงได้รับความไว้วางใจจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำในการดำเนินการเตรียมความพร้อมด้าน Direct PPA ทั้งนี้ บริษัทฯ จะต้องเร่งสร้างศักยภาพทางการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นในตลาดเดิมหรือตลาดใหม่ในทุกมิติ โดยใช้จุดแข็งที่มีอยู่ของ GUNKUL ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญแบบครบวงจรเชิงลึก ผนวกกับความได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้าง (Economies of scale) การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในองค์กรที่ทุกฝ่ายงานเป็นพาร์ตเนอร์ด้านกลยุทธ์เชิงรุกอย่างแท้จริง 

ทั้งนี้ การขยาย Ecosystem เข้าไปในธุรกิจ Data Center จะเป็นการขยายศักยภาพของความเป็นผู้ผลิตพลังงานสีเขียวที่ครอบคลุมทั้งระบบผลิตพลังงาน ระบบสถานีไฟฟ้าและสายส่ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงต่ำ – สูงที่ GUNKUL สามารถดูแลทั้งภายนอกและภายในพื้นที่ ซึ่งเรียกได้ว่าเราบริหารจัดการตั้งแต่ในระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ระบบการใช้พลังงานภายในโครงการ รวมไปถึงการเชื่อมต่อระบบ Direct PPA ซึ่งเป็นอีกกุญแจสำคัญของการใช้พลังงานสีเขียวในพื้นที่ของ Data Center ทั้งนี้บริษัทฯ มีการเตรียมความพร้อมทางด้านโครงสร้างทางการเงินและความคล่องตัว ผ่านการเติบโตแบบ Joint Venture เพื่อรองรับโอกาสที่เข้ามาได้อีกมาก

ผลสำเร็จของ GUNKUL สะท้อนากผลดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568 นับว่าประสบความสำเร็จตามกรอบที่วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการดำเนินธุรกิจพลังงาน ทั้งโครงการพลังงานลมและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยกำไรสุทธิรวม 9 เดือนเป็นไปตามเป้าหมายแตะ 1,309 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.48% มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูงถึง 13.21% และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ (Net IBD/E) ต่ำเพียง 0.92 เท่า แสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการรองรับโอกาสทำธุรกิจและการลงทุนขนาดใหญ่ได้ในทุกมิติ รวมถึงมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) รวมโดยประมาณ 6.56% โดยบริษัทฯ มั่นใจมีศักยภาพในการลงทุนโครงการใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อยกระดับขนาดธุรกิจได้อีกมาก

สำหรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนซึ่งในปี 2568 ทางบริษัทฯ ได้รับผลประเมิน SET ESG Ratings AAA ที่เป็นระดับสูงสุด บริษัทฯ ตั้งใจที่จะดำเนินกิจการโดยรักษามาตรฐานในการขับเคลื่อนธุรกิจและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าในระดับเดียวกัน คาดการณ์ผลประเมิน FTSE Russel ไม่ต่ำกว่า 90% ในการประเมินช่วงปลายปี 2569