Phones





คปภ. วาง 4 ยุทธศาสตร์ ลุยแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5

2026-02-05 10:25:53 44



นิวส์ คอนเน็คท์ - คปภ. แถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 วางยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน พลิกบทบาทประกันภัยไทยรับมือความเสี่ยงยุคใหม่ สู่ National Risk Buffer เสริมความมั่นคงของประเทศ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดงานแถลงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) เพื่อสรุปภาพรวมการขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในระยะต่อไป ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประกันภัย และประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงภัยของประเทศ และ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวสรุปภาพรวมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ” โดยมีนายสุรินทร์ ตนะศุภผล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกลยุทธ์องค์กร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

ซึ่งผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย นายกสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยและประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน คปภ. ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และสื่อมวลชน จำนวนประมาณ 300 คน ณ โรงแรม Grande Centre Point Prestige Bangkok
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงาน คปภ. ได้ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ตาม แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2573) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยอย่างต่อเนื่องจากแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2564 – 2568) ที่สิ้นสุดลงเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ แผนฉบับที่ 5 มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น ทันสมัย และสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ ท่ามกลางบริบทความเสี่ยงใหม่และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจากทุกสายงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดตั้งทีมบุคลากรศักยภาพสูงจากทุกภาคส่วน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนามาตรการเชิงนโยบายอย่างรอบด้าน ก่อนนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แผนฉบับนี้มีความครบถ้วน ครอบคลุม และสามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในทุกมิติได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ดำเนินการภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

ยุทธศาสตร์ Stability มุ่งสร้างความมั่นคงของระบบประกันภัย ผ่านมาตรฐานเงินกองทุนที่เข้มแข็ง การกำกับดูแลแบบรวมกลุ่มธุรกิจ และการบูรณาการหลัก ESG เป็นแกนกลาง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลและลดต้นทุนความเสี่ยงของภาคธุรกิจ

ยุทธศาสตร์ Resilience ยกระดับการบริหารความเสี่ยงจากการตั้งรับภัยพิบัติ ไปสู่การใช้แบบจำลองความเสี่ยงขั้นสูง (Advanced Risk Modelling) เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และรองรับความเสียหายจากภัยขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์ Inclusion มุ่งผลักดันให้การประกันภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่าง เท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานอิสระ เกษตรกร หรือกลุ่มเปราะบาง

ยุทธศาสตร์ Technology & Data-Driven ขับเคลื่อนนโยบาย Open Insurance ส่งเสริมการใช้ e-Policy และเทคโนโลยีดิจิทัลในการกำกับดูแล เพื่อยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบประกันภัยไทยในระยะยาว

“หากมองไปข้างหน้าในระยะ 5 ปี เมื่อแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 บรรลุผล ประเทศไทยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบบประกันภัยไทยจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงที่ประชาชน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และอุตสาหกรรมประกันภัยจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูล (Data-Driven Hub) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ พร้อมยกระดับบทบาทสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน (ESG) ในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ไม่ใช่แผนของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแผนที่ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมทำงานเชิงรุก เดินร่วมกับทุกภาคส่วน และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนฉบับนี้สร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่น และคุณค่าให้กับประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าว