Phones





JAS ทุ่ม 2.3 พันลบ. คว้าลิขสิทธิ์ FIFA ในไทยยาวถึงปี 2030

2026-06-12 16:27:19 97



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – JAS ผนึกกำลัง MONOMAX ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังทุ่มทุนกว่า 2.3 พันล้านบาท คว้าลิขสิทธิ์ “FIFA World Cup 2026” อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทย พร้อมโชว์ศักยภาพทางธุรกิจหลังดีลลิขสิทธิ์รายการกีฬาระดับโลกของฟีฟ่ายาวถึงปี 2030 รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก “FIFA World Cup 2030”
 
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า JAS ได้ร่วมมือกับบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยการคว้าสิทธิ์ FIFA ครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ JAS ในการบริหารลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก ทั้ง Premier League, Emirates FA Cup, Volleyball World และ UEFA EURO เพื่อตอกย้ำ JAS ในการยกระดับธุรกิจสู่ Sports & Entertainment Platform ระดับภูมิวอร์ภาค
 
อย่างไรก็ตาม การคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการนำมหกรรมกีฬาระดับโลกมาสู่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่าง JAS และ FIFA ที่ต่อยอดไปจนถึงปี 2030 เพื่อส่งมอบรายการแข่งขันระดับโลกจาก FIFA ให้แฟนกีฬาชาวไทยได้รับชมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น FIFA World Cup 2026, FIFA Women's World Cup 2027, FIFA Intercontinental Cup รวมถึง FIFA World Cup 2030 ซึ่งจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งประวัติศาสตร์ในวาระครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลโลก
 

สำหรับการได้รับลิขสิทธิ์ FIFA World Cup 2026 รวมถึงการแข่งขันรายการต่างของทางฟีฟ่าไปจนถึงปี 2030 ในครั้งนี้ บริษัทได้ใช้เงินลงทุนไปราว 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.3 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่บริษัทได้เจรจาจนเต็มที่แล้ว เนื่องจากฟีฟ่ายืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในระดับต่ำกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแม้บริษัทจะใช้เงินลงทุนในระดับ 2.3 พันล้านบาท แต่บริษัทยังมั่นใจว่าจะบริหารลิขสิทธิ์และสร้างรายได้กลับคืนมาได้อย่างแน่นอน โดยหลังจากนี้บริษัทคงเปิดรับและเจรจากับสปอนเซอร์ที่จะเข้ามาสนับสนุนการแข่งขันรายการต่างๆของฟีฟ่าที่บริษัทถือครองลิขสิทธิ์ยาวถึงปี 2030 รวมทั้งตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าแพ็กเกจ Monomax Sports Premium อย่างน้อย 5 แสนราย จากปัจจุบันที่ Monomax มีฐานลูกค้ารวมประมาณ 1.6 ล้านราย
 
“การที่เราลงทุนด้วยเงินระดับ 2.3 พันล้านบาทคงไม่คิดว่าจะต้องขาดทุน โดยเรื่องคุ้มทุนคงต้องมองเป็นระยะยาว เพราะเราถือครองลิขสิทธิ์รายการแข่งขันของฟีฟ่ายาวไปถึงปี 2030 ซึ่งรวมถึงฟุตบอลโลกครั้งหน้าด้วย โดยรายได้หลักๆคงมาจากช่องทางการสมัครสมาชิกและสปอนเซอร์ต่างๆ โดยเราตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าแพ็กเกจ Monomax Sports Premium อย่างน้อยอีก 5 แสนราย จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้ารวมประมาณ 1.6 ล้านราย” ดร.โสรัช กล่าว
 

ทั้งนี้ คนไทยจะได้รับชมฟุตบอลโลกฟรีมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์  เพราะฟุตบอลโลกไม่ควรเป็นสิ่งที่คนไทยต้องพลาด ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการซื้อลิขสิทธิ์กีฬา แต่คือการนำมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกมาสู่คนไทย ให้ได้รับชมพร้อมกับผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก เราจะให้ผู้ชมได้ชมครบ 104 แมตซ์ บนแพลตฟอร์ม Monomax และได้ดูบนฟรีทีวีผ่านช่อง MONOMAX SPORTS มากกว่า 40 แมตซ์ พร้อมคู่เปิดและรอบชิงชนะเลิศ เพื่อเป็นการตอกย้ำบทบาทของ JAS ในการยกระดับธุรกิจสู่ Sports & Entertainment Platform ระดับภูมิภาค เรามุ่งมั่นนำเสนอคอนเทนต์กีฬาคุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้ชมชาวไทย  พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ผ่านการเชื่อมโยงคอนเทนต์ระดับโลก บนเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อให้แฟนบอลทั่วประเทศสามารถเข้าถึงมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างทั่วถึง
 
สำหรับการประกาศความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ JAS และ MONOMAX ในการสร้าง Sports Platform ชั้นนำของประเทศไทย จาก Premier League สู่ FIFA World Cup และมหกรรมกีฬาระดับโลกอีกมากมายในอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Home of FIFA in Thailand" ถึงปี 2030 โดยงานนี้แฟนบอลชาวไทยที่ไม่ต้องการพลาดแม้แต่วินาทีเดียวของมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 สามารถสมัครแพ็กเกจ Monomax Sports Premium ได้ในราคา 5,999 บาท พร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน เพื่อรับชมครบทั้ง 104 แมตช์ พร้อมไฮไลต์และย้อนหลังตลอดการแข่งขัน สามารถติดตามรายละเอียดการรับชมแมตซ์ต่างๆ ได้ ผ่านแพลตฟอร์ม Monomax และ MONOMAX SPORTS