Phones





ITEL เผยงบ Q2/69 รายได้ 711 ล้านบาท

2026-08-11 10:33:39 98



นิวส์ คอนเน็คท์ - ITEL เปิดผลงานไตรมาส 2/69 มีรายได้รวม 711 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกมีรายได้รวม 1,418 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท โดยบริษัททะยอยรับรู้รายได้จากการให้บริการลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscaler) งานติดตั้งโครงข่ายให้กับภาครัฐและเอกชนหลายราย โดยบริษัทได้เน้นและปรับปรุงเรื่อง คุณภาพของรายได้และประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น โดยอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาต่อรายได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 19.9% เป็น 26.7% แม้รายได้จะเติบโตในระดับ 7.21% แต่ความสามารถในการสร้างกำไรจากการดำเนินงานเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ ลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler ที่เริ่มเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ รวมถึงโอกาสรับงานใหม่จากทั้งภาครัฐและเอกชนในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มีการยื่นเสนอข้อเสนอให้บริการไปกับลูกค้าแล้วหลายรายทั้งรัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยในช่วงที่ผ่านมา ITEL ได้ลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงข่ายโทรคมนาคม Data Center และโซลูชันด้านเทคโนโลยี ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นจากการเติบโตของ Cloud, Data Center และ AI ซึ่งทำให้ ITEL อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมรองรับโอกาสจากการลงทุนด้าน Digital Infrastructure ที่กำลังขยายตัวในประเทศไทย ส่วนการลงทุนด้าน AI, Cloud และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังผลักดันให้ระบบเชื่อมต่อข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล (Data Center to Data Center) และโครงข่ายของลูกค้า ซึ่งต้องอาศัยโครงข่ายที่มีเสถียรภาพ มีค่าความหน่วงต่ำ รองรับปริมาณข้อมูลสูง และมีเส้นทางสำรองที่เพียงพอ

ทั้งนี้สิ่งที่บริษัทเห็นชัดขึ้นคือ Data Center หลายแห่งกำลังเปลี่ยนจากช่วงก่อสร้างและติดตั้งไปสู่การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ทำให้ความต้องการด้าน Connectivity เปลี่ยนจากรายได้จากงานติดตั้งเพียงครั้งเดียว ไปสู่การใช้บริการต่อเนื่องในระยะยาว สำหรับ ITEL นี่คือโอกาสสำคัญในการนำโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไว้แล้วมาต่อยอดให้เกิดรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ITEL มีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมความหลากหลายของเส้นทางทั้งแนวรถไฟ ถนน และโครงข่ายใต้ดิน ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง และสามารถให้บริการตั้งแต่ MPLS, IPLC, Dark Fiber ไปจนถึง Wavelength รองรับการเชื่อมต่อทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศสำหรับลูกค้าองค์กร ผู้ให้บริการ Cloud, Data Center และ Hyperscaler

ขณะที่ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้จากกลุ่ม Data Center และ Hyperscalerโตมากขึ้น หลังจากให้บริการลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา และเริ่มเห็นหลายโครงการทยอยเข้าสู่ช่วง ให้บริการจริง (Commercial Operation) โดยบริษัทประเมินว่าภายในสิ้นปี 2570 รายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 200–300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้ส่วนสำคัญจะอยู่ในรูปแบบรายได้ประจำจากการให้บริการเชื่อมต่อข้อมูล

สำหรับการเติบโตของ Data Center หมายถึงโอกาสในการให้บริการเพราะ Data Center ทุกแห่งจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลอื่น เชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน และเชื่อมต่อออกสู่ต่างประเทศ ยิ่งประเทศไทยมี Data Center และ AI Infrastructure เพิ่มขึ้น ความต้องการโครงข่ายที่มีคุณภาพ มีความจุสูง และมีเส้นทางที่หลากหลายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ ITEL มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์โดยตรง

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ที่ประมาณ 3,600 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะมุ่งเร่งส่งมอบงานตามแผน ควบคู่กับการบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจ Connectivity รวมถึงลูกค้ากลุ่ม Data Center และ Hyperscaler

“ช่วงต่อจากนี้ เรามองว่าโอกาสของ ITEL ไม่ได้อยู่เพียงที่จำนวนโครงการใหม่ แต่คือการทำให้ Infrastructure ที่เรามีอยู่สามารถสร้างรายได้ซ้ำและสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น เมื่อ Data Center และ AI Infrastructure ในประเทศไทยขยายตัว Connectivity จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตนั้น และเป้าหมายของ ITEL คือการเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่เชื่อมโยง Digital Infrastructure ของประเทศไทยเข้าด้วยกัน” ดร.ณัฐนัย กล่าว