Phones





PTG เริ่มบุ๊ครายได้โรงไฟฟ้าขยะ "พลังงานพัฒนา 5"

2026-07-06 12:07:43 116



นิวส์ คอนเน็คท์ - PTG เริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าขยะ "พลังงานพัฒนา 5" กำลังผลิต 4.5 เมกะวัตต์ ทยอยบุ๊ครายได้เข้าตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป คาดถึงจุดคุ้มทุนไม่เกิน 7 ปี พร้อมหาแนวทางขยายโครงการในพื้นที่อื่นๆ  

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุมชนเทศบาลเมืองบ้านนาพรุ โดยบริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด (ในเครือ PTG) ว่า โครงการดังกล่าวได้มีการเซ็นสัญญากับเทศบาลเมืองบ้านนาพรุเมื่อปี 2565 เป็นระยะเวลา 25 ปี และเริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเมื่อเดือนช่วงปลายเดือน พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ขนาด 4.5 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตรวม 5.1-5.3 เมกะวัตต์

"เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ขยะเป็นสิ่งที่เป็นมลพิษ และหากจัดการไม่ดี จะยิ่งส่งผลกระทบในวงกลาง ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีแนวคิดและดำเนินการในการนำขยะมาผลิตกระแสไฟฟ้า และเมื่อโครงการนี้ดำเนินการสำเร็จ ก็เป็นไปได้ที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่นด้วย และอาจจะใหญ่กว่าโครงการนี้ ถ้าจะให้ดีมองว่าควรมีกำลังการผลิตราว 8-9 เมกะวัตต์" นายพิทักษ์ กล่าว
ด้านนายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG และกรรมการบริษัท บริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด หรือ PP5 กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ บริษัทฯ ได้เข้ามาเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2557-2558 แต่ได้หยุดชะงักไปชั่วคราว ต่อมาได้เข้ามาดำเนินการอีกครั้ง โดยมีพันธมิตรคือ กลุ่มบริษัทเอสซีจี ซึ่งทางเอสซีจีมีความต้องการในส่วนของเชื้อเพลิง RDF เพื่อนำไปทดแทนเชื้อเพลิงถ่านหิน และได้นำเทคโนโลยีจากจีนมาใช้ ซึ่งจีนมีโรงไฟฟ้าขยะจำนวนมากกว่า 165 โรง และให้กลุ่มเอสซีจีเป็นผู้ออกแบบโรงไฟฟ้า ซึ่งได้เริ่มก่อนสร้างเมื่อปี 2568 บนพื้นที่โครงการประมาณ 30 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,350 ล้านบาท 

โดยโครงการดังกล่าวสามารถรองรับขยะเพื่อผลิตพลังงานได้ประมาณ 400 ตันต่อวัน ขณะที่โรงคัดแยกขยะสามารถรองรับขยะได้ 300–600 ตันต่อวัน และผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้ 100–200 ตันต่อวัน เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในภาคอุตสาหกรรม สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เพิ่มการใช้พลังงานทดแทน สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ( SDGs) และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ในระยะยาว
"โครงการฯ เริ่มขายไฟไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งจะบุ๊ครายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ประมาณเดือนละ 20 ล้านบาท ซึ่งในปี 2569 จะบุ๊คเป็นรายได้แค่ 6 เดือน หรือประมาณ 120 ล้านบาท แต่ปี 2570 เป็นต้นไป ในแต่ละปี จะบุ๊ครายได้เต็มปี ทำให้ประมาณการได้ว่า โครงการฯ จะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 7 ปี" นายรังสรรค์กล่าว

นายรังสรรค์กล่าวว่า จากความสำเร็จของโครงการ PP5 บริษัทฯ ต้องมาพิจารณาว่าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต เป็นไปได้ทั้งดำเนินการเอง และร่วมมืกับพันธมิตร ส่วนทำเลที่ตั้งจะเป็นที่ไหน ต้องพิจารณาจากปริมาณขยะในพื้นที่นั้นๆ โดยรัศมีการรับขยะเข้าโครงการไม่ควรเกิน 100 กิโลเมตรจากที่ตั้งโรงไฟฟ้า